สำหรับการจัดวางหรือการเรียงลำดับการทำงานของโครงสร้างภายในของ Nehalem นั้น หากจะดูกันอย่างละเอียดท่านสามารถ CLICK เข้าไปดูได้จากที่นี่ แต่ในภาพดังกล่าวนั้นก็อาจจะยังสร้างความสับสนได้อยู่ เพราะมันเป็นโครงสร้างอย่างละเอียด ที่มีลำดับการทำงานอย่างละเอียด แต่เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจเราจะมีภาพไดอะแกรมอย่างง่ายที่มองดูแล้วทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่ามากมานำเสนอกัน ซึ่งเรามาดูกันว่าหลักๆแล้วจากที่ได้พูดถึงไปนั้นมันจะมีหน้าตาเป็นเช่นไร
สำหรับโครงสร้างหลักๆของ Nehalem จะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆด้วยกันคือ ในส่วนของ Core Clock และ Uncore Clock สำหรับสองส่วนดังกล่าวนี้จะมีการทำงานที่ค่อนข้างอิสระต่อกัน กล่าวคือมันจะแยกสัญญาณนาฬิกาซึ่งกันและกัน ผิดจากเดิมที่เป็น Penryn นั้น L2-Cache จะมีความเร็วในการทำงานหรือสัญญาณนาฬิกาที่เท่ากับ Core Speed แต่มาถึงเจ้า Nehalem นี้นั้น L3-Cache จะทำงานด้วยความถี่ของมันเองอิสระจากความเร็วของ Core Clock ตรงนี้ก็เพื่อลดความผิดพลาดของข้อมูลที่มีอยู่ภายใน Cache เพราะว่า L-Cache ที่มีขนาดใหญ่นั้นจะเสี่ยงต่อการเกิดความผิดพลาดของข้อมูลสูง ด้วยเหตุนี้อินเทลจึงได้มีการเลือกที่จะใช้ความถี่ของ L3-Cache ให้อิสระจาก Core Clock นอกจากเรื่องของความผิดพลาดของข้อมูลแล้วนั้น มันยังจะสามารถช่วยลดภาระการใช้พลังงานลงได้อีกด้วย โดยรวมแล้วก็สามารถช่วยลดการใช้พลังงานทั้งหมดลงได้อีกระดับหนึ่งเช่นกัน เอาหละตรงนี้เรามาว่ากันที่เรื่องของ Core Clock และ Uncore Clock กันบ้างนะครับสำหรับ Core Clock นั้นก็คือในส่วนของความเร็วสัญญาณนาฬิกาหลักของซีพียู เช่นความเร็วที่ออกมาให้เราเห็นอย่าง 3.2GHz, 2.93GHz เป็นต้น ส่วนทางด้านของ Uncore Clock นั้นในส่วนนี้ก็จะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาแยกออกอีกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ อันได้แก่ สัญญาณนาฬิกาของ Uncore Clock และ สัญญาณนาฬิกาของ QPI ( Quick Path Interconnect ) โดยที่สัญญาณนาฬิกาทั้งสองส่วนนี้จะมีตัวคูณของตัวมันเองอย่างอิสระ ซึ่งสัญญาณนาฬิกาทั้งหมดจาก 3 ชุดคือ Core Clock ( Core Speed), Uncore Clock ( IMC speed), QPI clock ต่างก็จะถูกกำหนดโดย Bus Speed ( B clock ) โดยตัวคูณของแต่ละชุด