
|
 |
|
Date: 26-June-08
Author: ZoLKoRn
Page: 1/10 |
ASUS EAH4850
New Family on ATI Radeon HD4000 Series
Powered by RV770
|
สวัสดีครับ... วันนี้ก็วันที่ 26 มิถุนายนเข้าไปแล้วนะครับ นับจากวันที่ AMD เริ่มเปิดตัวกราฟิกการ์ดในซีรีย์ HD4800 จนถึงวันนี้ก็ล่วงเลยมาแล้วกว่า 6 วัน และเรื่องนี้หลายๆคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วเหตุใดมันถึงล่วงเลยมากว่า 6 วันเกือบจะครบสัปดาห์อยู่แล้วในความล่าช้า สำหรับเรื่องนี้ก็ขอพูดคุยกันก่อนซักนิดถึงที่มาที่ไปว่าเพราะอะไร สำหรับสาเหตุหลักเลยนั้นก้เพราะว่า แท้จริงแล้ววันเปิดตัวของกราฟิกการ์ดในตระกูล HD4800 จะมีขึ้นเมื่อวานซึ่งตรงกับวันที่ 25 มิถุนายน แต่ด้วยเหตุที่ทาง AMD นั้นเห็นว่าในช่วงวันที่ 16-18 มิถุนายนที่ผ่านมา มีผลการทดสอบต่างๆนานาของ HD4850 หลุดออกมามากมายทาง AMD ก็เลยตัดสินใจเลื่อนวันเปิดตัวกระชั้นเข้ามาเป็นวันที่ 19 มิถุนายนแทน และด้วยเหตุนี้เองหละครับ จึงเป็นสาเหตุให้เรานั้นเกิดความล่าช้าขึ้นมาทันที ซึ่งการ์ดตัวแรกที่เราได้รับมานั้นได้รับมาในค่ำของวันที่ 18 และตามมาอีกสองใบในค่ำของวันที่ 19 โดยสรุปแล้วเราได้รับการ์ดมาก่อนวันเปิดตัวไม่ถึง 24 ชั่วโมง ชัดเจนหละครับว่าทำให้เราไม่สามารถนำเสนอได้ทันในวันที่ 19 แน่นอน แต่กระนั้นจนแล้วจนรอดการ์ดที่เราได้รับมานั้น ก็จำต้องออกเดินทางอีกครั้งจาก Lab ของเราสู่งานแถลงข่าวเปิดตัว ATI Radeon HD4800 Series จากทาง AMD ประเทศไทยในวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขออภัยทุกท่านเช่นกันสำหรับความล่าช้าในการนำเสนอที่เกิดขึ้น
สำหรับวันนี้นั้น จากเรื่องราวเหตุการณ์ที่เราได้เล่าให้ฟังในตอนต้น เราก็คงจะทราบกันแล้วว่าวันนี้เรื่องราวของเรานั้นเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ซึ่งก็คือการเปิดตัวของกราฟิกการ์ดโมเดลใหม่ล่าสุดจากทาง AMD-ATI ภายใต้รหัส Radeon HD4850 ซึ่งเป็นกราฟิกการ์ดตัวแรกในตระกูล HD4000 Series โดยทั้งนี้ในวันนี้เราก็จะมีมาให้ได้ชมกันก่อนที่มันจะล่าช้าไปกว่านี้เพียงหนึ่งตัวก่อนนะครับ ส่วนอีกที่เหลือนั้นเดี๋ยวเราจะมีมาให้ชมกันอีกครั้งหนึ่ง เอาหละครับเมื่อทราบกันถึงที่มาที่ไปและเรื่องราวประเด็นทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในวันนี้กันแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็เรามาติดตามดูกันเลยนะครับว่ากราฟิกชิบตัวใหม่ล่าสุดจาก AMD ในครั้งนี้นั้นมันจะสามารถสร้างความร้อนแรงได้เพียงไร
|
สำหรับวันนี้กับเรื่องราวของ ATI Radeon HD 4000 Series เราจะขอเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของชิบ RV770 หรือ RV700 Series ว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือแตกต่างไปจากชิบเซตรหัสก่อนหน้านี้อย่าง RV670 อย่างไรบ้าง สำหรับจุดที่มีความแตกต่างออกไปหรือได้รับการออกแบบใหม่ของทาง AMD กับ RV770 นั้นประเด็นหลักๆแล้วจะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุดในส่วนของตัว Hardware ซึ่งก็คือในส่วนของตัว Streaming Processor และ Memory Controler และเดี๋ยวเรามาดูกันทีละอย่างว่าทั้งสองจุดที่ว่านี้มันมีอะไรแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างไร
เริ่มต้นกันที่เรื่องของ Streaming Processor (SP) โดยนอกจากที่เราทราบๆกันว่าทาง AMD-ATI ได้มีการเพิ่มจำนวนของ SP ตรงนี้จากเดิมบนชิบ RV670 ที่จะมี SP จำนวน 320 unit แต่กับ RV770 ตัวใหม่นี้จะมี SP ทั้งหมด 800 unit ด้วยกัน และนอกจากจำนวนที่เพิ่มขึ้นแล้ว โครงสร้างภายในของมันก็ได้รับการออกแบบใหม่อีกเช่นกัน โดยลักษณะของการออกแบบใหม่นั้นหลักๆแล้วทาง ATI ได้มีการเพิ่มชุด Stream Processing Unit (t) เพิ่มเข้าไปในชุด Streaming Processor โดยแต่เดิมนั้นจะมีอยุ่เพียงชุด (x,y,z,w) เท่านั้น
|
 |
image from www.anandtech.com
จากภาพทางด้านบนในส่วนของสองภาพแรก เราจะเห็นว่า Stream Processing Unit แต่เดิมนั้นจะมีชุดประมวลผลอยุ่ด้วยกัน 3 ชุดคำสั่งคือ FP, Int และ Move CMP โดยชุด Stream Processing Unit ตรงนี้ทาง ATI ให้ชื่อว่า X,Y,Z,W ซึ่งเราจะเห็นได้จาก GPU ในตระกูล HD2000 Series และ HD3000 Series แต่กับ GPU ในตระกูล HD4000 Series หรือ GPU รหัส RV770 นั้นทาง ATI ได้มีการเพิ่มชุด SFU (Special Function Units) เข้าไปใน Stream Processing Unit ของตนและให้ชื่อว่า "t" แทน "x,y,z,w" และเมื่อนำมันมาประกอบเข้าในชุด Stream Processor ก็จะได้เป็นดังภาพใหญ่ข้างต้น แล้วทีนี้เราอาจจะสงสัยหรืองงกันอยุ่ว่าเมื่อทาง ATI ได้มีการเพิ่มชุด SFU เข้าไปในตัว SP เลยนั้นมันจะส่งผลดีอย่างไร และแตกต่างไปจากคู่แข่งอย่าง nVidia อย่างไรบ้าง เดี๋ยวเรามาชมกันต่อถึงเรื่องนี้กัน
|
 |
เมื่อเราได้รับชุด SP หรือ Stream Processor มาแล้วทั้งสองค่ายไม่ว่าจะเป็น ATI หรือ nVidia ต่างก็จะนำมาประกอบรวมกันเป็น SIMD Core หรือ SM แล้วแต่ชื่อเรียกของแต่ละค่ายสำหรับ ATI นั้นจะให้ชื่อว่า SIMM ส่วน nVidia นั้นจะใช้ชื่อว่า SM โดยตรงนี้จากไดอะแกรมของ SIMM หรือ SM ทางด้านบนนั้นด้านซ้ายมือคือ SIMM จากทาง ATI และขวามือคือ SM ของทาง nVidia และสิ่งที่เรากล่าวถึงเมื่อข้างต้นคือ Stream Processor หรือ SP เมื่อนำมารวมเข้าเป็น SIMM unit ซึ่งเราจะเห็นว่าชุดของ SFU นั้นกับ SM ของทาง nVidia ในรหัส G92 จะมีชุด SFU อยู่ต่อจากชุด SP แต่สำหรับชิบของทาง ATI นั้นเราทราบแล้วว่ามันได้ควบรวมเข้ากับตัว SP แล้ว ตรงนี้เองคือความแตกต่างที่เกิดขึ้น สำหรับข้อได้เปรียบนั้นตรงนี้ทาง ATI ได้เคลมว่าจะช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลให้กับชุด SIMM Core ในแต่ละชุดรวมถึงลดระยะเวลาในการเข้าถึงข้อมูลหรือที่เรียกกันว่า Latency เพราะคำสั่งตรงนี้นั้นได้รวมเข้ากับ SP แล้ว แต่สำหรับ nVidia จะต้องรอให้ข้อมูลผ่านการประมวลผลจาก SP มาเสียก่อนก่อนที่จะมาถึง SFU ก็เลยจะเกิดความล่าช้าขึ้นในการประมวลผลของชุด SM เอาหละครับสำหรับเรื่องของชุดประมวลผลหรือ SIMD Core ที่ได้รับการออกแบบใหม่จากทาง AMD-ATI และเราก็จะไปรับชมกันต่อว่าอีกหนึ่งจุดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั้นคืออะไร
|
image from www.anandtech.com
สำหรับจุดที่สองที่มีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนั้น ถือว่าเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับกราฟิกการ์ดจากทาง ATI นั้นก็คือในจุดของ Memory Controler ที่จากเดิมตั้งแต่ยุคของ Radeon X1000 Series ที่ทาง ATI ได้มีการใช้ Controler ในเทคโนโลยีที่เรียกว่า RingBus แต่มาถึงวันนี้เมื่อถึงยุคของ HD4000 นั้นทาง ATI ได้ยกเลิกการใช้ RingBus ลงแต่มีการเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Hub Switched แทนและเหตุที่ทาง ATI ได้มีการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ก็เพื่อลดระยะเวลาในการเดินทางของข้อมูลต่างๆไปแต่ละจุดของของข้อมูล จากเดิมที่ข้อมูลในแต่ละชุดนั้นจำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางทั้งหมด โดยจะเกิดความล่าช้าขึ้นในจุดที่เรียกว่า Ring Stop และข้อมูลบางชุดที่ไม่จำเป็นต้องแวะพักก็จะต้องแวะพักด้วย หรือข้อมูลบางอย่างที่ไม่จำเป็นต้องต้องวิ่งผ่านในบางจุดอย่างเช่น สมมิตว่าชุดข้อมูลของ UVD2 หากเป็นลักษณะของ RingBus กว่าที่ข้อมูลจาก Memory ที่ประมวลผลเสร็จแล้วจะเดินทางมาถึงอาจจะต้องวิ่งผ่าน PCI Express และ Ring Stop ถึง 2 ชุด ตรงนี้ก็จะทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น แต่สำหรับการออกแบบใหม่โดยการมาใช้ Hub นั้นทำให้ข้อมูลในแต่ละชุดสามารถวิ่งเข้าหาได้อย่างอิสระต่อกันทันที ไม่จำเป้นต้องวิ่งผ่านในจุดที่ตนเองไม่จำเป็นต้องประมวลผล ก้ทำให้ช่วยลดระยะเวลาและระยะทางลงได้ รวมถึงการออกแบบใหม่นี้จะสามารถเพิ่มความกว้างในการรับส่งข้อมูลหรือที่เรียกว่า Bandwidth ได้มากขึ้นจากเดิมที่ RingBus สามารถทำได้สูงสุดที่ 100GB/s มาเป็น 192GB/s ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วในการประมวลผลด้วย
|
Features/GPU |
Radeon HD3870 X2 |
Radeon HD3870 |
Radeon HD3850 |
Radeon HD4870 |
Radeon HD4850 |
Codename |
R680XT |
RV670XT |
RV670Pro |
RV770XT |
RV770Pro |
| Transistor Count (Millions) |
666 million |
666 million |
666 million |
956 million |
956 million |
| Fabrication Process |
55 nm |
55 nm |
55 nm |
55 nm |
55 nm |
Memory (Max) |
1024 MB |
512 MB |
256/512 MB |
512 MB |
512 MB |
Uni Shader |
320 |
320 |
320 |
800 |
800 |
Core Speed |
825 MHz |
775 MHz |
668 MHz |
750 MHz |
625 MHz |
Memory Speed |
1800 MHz |
2400 MHz |
1656 MHz |
3600 MHz |
1986 MHz |
| Maximum Fill Rate (MTexels/s) |
xxx |
12400 |
10700 |
xxx |
xxx |
Memory Bus Width |
256-bit(x2) |
256-bit |
256-bit |
256-bit |
256-bit |
Memory Type |
GDDR3 |
GDDR4 |
GDDR3 |
GDDR5 |
GDDR3 |
Max Memory Bandwidth |
xxx GB/s |
76.8 |
53 GB/s |
115.2 GB/s |
64 GB/s |
Multi-GPU Support |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
Yes,
CrossfireX |
DirectX Version Support |
10.0 |
10.1 |
10.1 |
10.1 |
10.1 |
Bus Type |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
PCI-E 2.0 |
OverclockZone |
เราก็คงได้ทราบกันไปแล้วนะครับ สำหรับความแตกต่างทางด้านของ Hardware ที่เกิดขึ้นว่าวันนี้กับ RV770 นั้นมันมีอะไรได้รับการออกแบบใหม่บ้างในส่วนของโครงสร้างภายใน ตรงนี้เรามาชมกันต่อในส่วนของข้อมูลทางเทคนิคว่าเจ้า RV770 นั้นมันเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างจาก RV670 รุ่นพี่ของมันก่อนหน้านี้ สำหรับในส่วนของขนาดในกระบวนการผลิตนั้นทาง ATI ก็ยังคงใช้ขนาดในการผลิตที่ 55nm เช่นเดิมยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างไร แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือจำนวนของ Transistor ที่เพิ่มมากขึ้น และแน่นอนว่ามันจะต้องเพิ่มมากขึ้นเพราะด้วยที่มันมีชุด SP มากถึง 800unit ด้วยกัน และสำหรับในเรื่องของความเร็วในการประมวลผลนั้นหากเป้นกราฟิกชิบที่มาบนการ์ดในรหัส HD4850 จะมีความเร็วของชิบประมวลผลที่ 625MHz จะเห็นว่าความเร็วนั้นลดต่ำลงเล็กน้อยจาก HD3850 และถ้าเป็นในโมเดล HD4870 นั้นความเร็วของ Core Speed ก็จะอยุ่ที่ 750MHz และก็ต่ำลงมาจาก HD3870 เล็กน้อยเช่นกัน ส่วนทางด้านของเมโมรีที่ใช้นั้น หากเป้นการ์ดในโมเดล HD4850 จะยังคงใช้เมโมรีชิบในแบบ GDDR3 โดยกำหนดความเร็วในการทำงานมาที่ 993MHz (1986MHz effective) ส่วนในโมเดล HD4870 นั้นจะมีการใช้เมโมรีชิบในประเถทใหม่ล่าสุดนั่นก็คือ GDDR5 ซึ่งจะมีความเร็วในการทำงานที่ค่อนข้างสูงมากคือ 1800MHz (3600MHz effective) และสิ่งที่กราฟิการ์ดทั้งสองโมเดลยังคงเหมือนกันในเรื่องของเมโมรีก็คือเรื่องความกว้างของ Bus Bandwidth ของเมโมรีที่ใช้ ที่ทั้งคู่ยังคงใช้เมโมรี Bandwidth ที่ 256bit และสำหรับรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆนั้นก็สามารถดูได้จากตารางที่เราหยิบยกมาให้ได้ชมเลยนะครับ ต่อจากนี้ไปเราก็คงได้เวลาไปรับชมกันถึงตัวจริงตัวเป็นๆของกราฟิกการ์ดในโมเดล Radeon HD4850 โมเดลใหม่ล่าสุดจาก ATI กันต่อเลยนะครับ
|
สำหรับวันนี้กราฟิกการ์ดตัวที่เราหยิบยกมาในการนำเสนอเรื่องราวของ ATI Radeon HD4850 เป็นกราฟิกการ์ดจากทาง ASUS ที่ให้ชื่อโมเดลในแบบของตนเองว่า ASUS EAH4850 เหตุที่เราหยิบเอาการ์ดจากทาง ASUS มาเป้นตัวแรกนั้นก้เพราะว่ามันเป็นการ์ดตัวแรกที่เดินทางมาถึงมือของเรา สำหรับการ์ดจากทาง ASUS ตัวนี้นั้นก้ยังคงเป็นการ์ดโมเดลมาตรฐานจากทาง ATI เองทุกอย่างก็ยังคงใช้สเป็คของทาง ATI รวมถึงรูปร่างหน้าตาและชุดระบายความร้อน สิ่งที่แตกต่างออกไปจากการ์ดมาตรฐานก็จะมีเพียงลวดลายบนชุดระบายความร้อนหรือฮีตซิงก์เท่านั้น สำหรับลักษณะของตัวการ์ดโดยรวมแล้วนั้น หากเรามองจากตรงนี้ภาพรวมของมันนั้นก็จะดูเหมือนๆกับการืดในโมเดล HD3850 ก่อนหน้านี้ แต่จริงๆแล้วนั้นมันมีความแตกต่างกัน ส่วนจะแตกต่างออกไปอย่างไรบ้างนั้นเดี๋ยวเรามีคำตอบให้ได้ชมกันครับ
|
|
|
|